เคเบิ้ลทีวีถอยไปสตรีมมิ่งไอพีทีวีมาแล้ว

ตั้งแต่การเปลี่ยนมือของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดรายการฟุตบอลระดับโลก เมื่อ 4-5 ปีก่อน  ดูเหมือน Content เจ๋งๆ เริ่มมีสัญญาณการกระจายตัวที่มากขึ้น

ในอดีตมันเคยกระจุก เพราะบ้านเราเคยมียักษ์ใหญ่ที่ผูกขาดตลาดContentอยู่ไม่กี่ราย… อาจแค่หนึ่งหรือเป็นสอง และใครๆ ก็พร้อมพร้อมจ่ายเงินเป็นค่าสมาชิก แต่เชื่อไหม… ยุคนี้ มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะContentดีๆ ถูกกระจายไป และแน่นอนมันคือทางเลือกใหม่ๆ แต่ขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นธุระของผู้บริโภคเองที่ต้องหาแพลตฟอร์มรองรับเนื้อหาเหล่านั้น

สตรีมมิ่งไอพีทีวีมาแรง

ยกตัวอย่างแค่ฟุตบอลอย่างเดียว ก่อนหน้านี้ ถ้าใครอยากดูพรีเมียร์ลีกต้องเป็นสมาชิกเคเบิ้ลทีวีเจ้าหนึ่ง ถ้าอยากดูบอลสเปนต้องไปอีกเจ้า หรือถ้าอยากดูฟุตบอลอิตาลี ก็ต้องมีเจ้าที่สาม นี่ยังไม่นับลิขสิทธิ์ทัวร์นาเมนท์ใหญ่ๆ อย่าง ฟุตบอลยูโร ฟุตบอลโลก ซึ่งก่อนจะเริ่มแข่งขัน ต้องถามกันก่อนว่า ใครได้ลิขสิทธิ์ไปแล้ว “ฟรีทีวีธรรมดาๆ จะดูได้ไหม”

จากสถานการณ์ข้างต้น เมื่อผสมเข้ากับความแรงของอินเทอร์เน็ตบ้าน มันจึงเป็นโอกาสของContent Hubที่แจ้งเกิด เป็นกระแสดูทีวีผ่านเว็บบราวเซอร์ไอพีทีวี เช่นเดียวกับผู้บริโภค“สายหนัง”ที่ยอมละทิ้งร้านวีดีโอ-ซีดี ใกล้บ้าน เพื่อพึ่งบารมีของการดูผ่านอินเทอร์เน็ต โหลดซีรีส์ผ่านBitTorrent ในช่วงหนึ่ง จึงถือเป็นยุคทองของการโหลดของฟรีลงในฮาร์ดดิสก์ความจุเยอะๆ ที่แต่ละคนพกติดตัวไว้ แต่ปัจจุบันไม่จำเป็นต้องพกฮาร์ดดิสก้อนใหญ่ๆ ให้ลำบาก ต้องมานั่งโหลดกว่าจะได้ดู

ความป๊อปข้างต้นเกิดขึ้นและยังดำรงอยู่ แต่มีทีท่าว่าจะโบกมือลาในอีกไม่นานนี้ เมื่อกระแสการชมผ่านระบบ วิดีโอสตรีมมิ่ง(Video Streaming)มีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นNetflix, Iflixที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย หรือจะเป็นOnline Movie Storeอย่างiTunesที่สามารถดูได้ทุกที่ ทุกเวลา เป็นการชมแบบOn Demandที่เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคนดู